อาหารการกินชาวเมืองเบียนฮา (bien hoa Dong Nai food) จังหวัดด่งนาย
mr.hotsia travel เวียดนาม ด่งนาย(Đồng Nai ) HOT07587
อาหารการกินชาวเมืองเบียนฮา จังหวัดด่งนาย: รสชาติพื้นถิ่นที่ mr.hotsia ต้องบอกต่อ
ถ้าพูดถึงเมืองเบียนฮา (Bien Hoa) จังหวัดด่งนาย (Đồng Nai) ในเวียดนาม หลายคนอาจจะนึกถึงเมืองอุตสาหกรรมที่อยู่ใกล้โฮจิมินห์ แต่สำหรับผม mr.hotsia แล้ว ที่นี่คือแหล่งอาหารพื้นถิ่นที่มีเสน่ห์และรสชาติแปลกใหม่ที่รอให้ค้นพบอย่างแท้จริง
ผมมีโอกาสพักที่ โรงแรมทิวลิปในเมืองเบียนฮา สองคืน ใกล้ตลาดเช้าซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการลิ้มรสอาหารท้องถิ่นที่นี่ พูดเลยว่าการเดินตลาดเช้าในเบียนฮาไม่ใช่แค่การหาของกิน แต่เป็นการดื่มด่ำกับวิถีชีวิตชาวบ้านที่ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมอาหารเวียดนามใต้และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของด่งนาย
เป็ดย่าง หมูกรอบ และขนมจีนน้ำพริกกะปิ: สามสิ่งที่ต้องลอง
ในเมืองนี้ ผมสังเกตว่าชาวบ้านนิยมกินเป็ดย่างและหมูกรอบกันมาก จุดเด่นของเป็ดย่างที่นี่คือหนังกรอบพอดีคำ รสชาติหอมกลิ่นเครื่องเทศแบบเวียดนาม ส่วนหมูกรอบก็กรุบกรอบไม่เลี่ยน กินคู่กับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยจนต้องสั่งเพิ่มหลายจาน
แต่เมนูที่ผมประทับใจที่สุดคือ ขนมจีนน้ำพริกกะปิ หรือที่คนเวียดนามเรียกว่า “ban dau mam tom” จานนี้เป็นอาหารพื้นบ้านที่แปลกและน่าสนใจมาก น้ำพริกกะปิที่นี่ไม่เหมือนใคร มีรสหวานเปรี้ยวผสมผสานกับความเผ็ดพริกสดและกลิ่นกะปิที่หอมเฉพาะตัว ผมชอบกินขนมจีนจิ้มกับน้ำพริกนี้พร้อมกับผักสดและเต้าหู้ทอดที่กรอบนอกนุ่มใน เป็นเมนูที่มองผิวเผินอาจดูเรียบง่าย แต่รสชาติกลับลึกซึ้งและกินได้เรื่อยๆ
ตลาดเช้าเบียนฮา: จุดพบปะของวัตถุดิบสดใหม่และวิถีชีวิตชาวบ้าน
ตลาดเช้าในเบียนฮาเป็นสถานที่ที่ผม mr.hotsia ชอบเดินมากที่สุด เพราะเป็นแหล่งรวมของสดหลากหลายชนิด โดยเฉพาะปลาน้ำจืดที่มีให้เลือกเยอะมาก เช่น ปลาหมอตัวโตและปลาไหลซึ่งมีมากกว่าบ้านเรา ชาวบ้านทำปลาอย่างมืออาชีพด้วยการใช้กรรไกรตัดหนังแทนการขอดเกล็ดแบบบ้านเรา ทำให้ปลาที่ขายในตลาดดูสะอาดและน่ากินมาก
ในตลาดยังมีอาหารเจกระจายอยู่ทั่วไป ซึ่งน่าแปลกใจสำหรับผม เพราะเมืองนี้ดูเหมือนคนกินผักเจกันเยอะกว่าที่อื่นๆ ในขณะที่ปลาและอาหารทะเลก็ยังได้รับความนิยมสูง ผมเดินตลาดแล้วเห็นร้านข้าวราดแกงก็มี แต่แนะนำว่าอย่าลองกินปลาหมอนะครับ รสชาติไม่ค่อยดีเท่าที่ควร
ของว่างริมทางและเมนูเด็ดอื่นๆ ที่ต้องลอง
ถ้าพูดถึงของว่างริมถนนที่เห็นบ่อยๆ ในเบียนฮา คือ “Bot Chien” หรือแป้งข้าวทอดใส่ไข่ ซึ่งผมลองกินแล้วชอบมาก มันกรอบนอกนุ่มใน รสชาติเค็มหวานนิดๆ กินกับผักสดและน้ำจิ้มสูตรเฉพาะคล้ายหอยทอดบ้านเรา ผมสั่งใส่ไข่สองใบ กินจานเดียวอิ่มพอดี ราคาประมาณ 30 บาท ใกล้โรงแรมทิวลิปที่ผมพักเดินไปไม่ไกลเลย
นอกจากนี้ยังมีร้านน้ำปั่นที่เรียกว่า “ซินโต” ซึ่งเป็นเครื่องดื่มผลไม้ปั่นที่นิยมมากในเวียดนาม แม้ว่าผมจะไม่ได้กินที่นี่ แต่เห็นขายตามสองข้างถนนซึ่งบ่งบอกถึงความสดชื่นและความใส่ใจในวัตถุดิบของคนที่นี่
อาหารในห้างและร้านบุฟเฟ่ต์: ชาบูชิในเมืองเบียนฮา
ถ้าคุณอยากพักเบรกจากอาหารท้องถิ่นรสจัด ลองแวะไปที่ห้างบิ๊กซีในเมืองเบียนฮา ที่นี่มีร้านบุฟเฟ่ต์ชาบูชิที่ราคาคุ้มมาก อยู่ที่ประมาณ 250 บาทต่อหัว แต่ถ้าไปช่วงบ่ายสามจะลดเหลือแค่ 180 บาทเท่านั้น เนื้อที่เสิร์ฟในเซ็ตใหญ่พอดีคำ น้ำซุปมีให้เลือกสามแบบ คือ แบบเวียดนาม แบบต้มยำไทย และแบบจีนต้มจืดใส่พริก ซึ่งผมแนะนำแบบต้มยำ รสชาติจัดจ้านถูกใจคนไทยอย่างผมมาก
นอกจากเนื้อแล้ว ร้านนี้ยังมีน้ำดื่มและเครื่องดื่มวางบนสายพานให้เลือกตามใจชอบ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับนักเดินทางที่อยากลองอะไรใหม่ๆ แต่ยังคงความสะดวกสบายเหมือนอยู่บ้าน
กินอยู่ในเมืองเบียนฮา: ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร
ในฐานะนักเดินทางที่ผ่านตลาดและร้านอาหารหลายแห่งในเวียดนามใต้ ผมรู้สึกว่าเบียนฮาเป็นเมืองที่ผสมผสานระหว่างความเก่าแก่ของวัฒนธรรมการกินกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว แม้ว่าที่นี่จะไม่ค่อยมีร้านเฝอมากนัก แต่ผมไม่รู้สึกขาดอะไรเลยเพราะอาหารอื่นๆ อย่างขนมจีนน้ำพริกกะปิและเป็ดย่างนั้นล้ำเลิศจนแทบลืมเฝอไปได้เลย
ถ้าคุณสนใจเดินทางมาเยือนหรืออยากทราบรายละเอียดการเดินทางไปเมืองนี้ สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ การเดินทางไปเมืองเบียนฮัว จังหวัดด่งนาย ส่วนที่พักผมแนะนำให้เลือกใกล้ตลาดเพื่อความสะดวกในการเดินเที่ยวและกินของอร่อยๆ ในเมืองนี้
บทสรุปจาก mr.hotsia
ผม mr.hotsia ขอรับประกันว่าการกินอาหารในเมืองเบียนฮา จังหวัดด่งนายจะทำให้คุณรู้จักเวียดนามในมุมที่แตกต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นรสชาติที่แปลกใหม่ของขนมจีนน้ำพริกกะปิ เป็ดย่าง หมูกรอบ หรือเมนูริมทางอย่าง Bot Chien และที่ขาดไม่ได้คือน้ำผลไม้ปั่นซินโตที่สดชื่นในทุกมื้อเช้า
เมืองนี้เหมาะสำหรับนักเดินทางที่อยากหลีกหนีความวุ่นวายในโฮจิมินห์ มาสัมผัสบรรยากาศตลาดเช้าและวิถีชีวิตท้องถิ่นที่ยังคงความเป็นตัวเองไว้อย่างแท้จริง ลองวางแผนมาพักที่นี่สักสองสามคืน แล้วคุณจะหลงรักอาหารและวัฒนธรรมที่นี่ไม่ต่างจากผมแน่นอน