ไก่ชนจร่าวิญ
mr.hotsia travel เวียดนาม จ่าวิญ(Trà Vinh) HOT07491
ไก่ชนจร่าวิญ: วิถีชีวิตท้องถิ่นที่ยังคงลมหายใจในเวียดนามใต้
ถ้าพูดถึงไก่ชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลายคนคงนึกถึงประเทศไทย พม่า หรือกัมพูชาเป็นหลัก แต่สำหรับผม mr.hotsia การได้เห็นไก่ชนในจังหวัด จร่าวิญ ของเวียดนามนั้นเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่และน่าจดจำไม่น้อยเลยทีเดียว
ย้อนกลับไปสมัยผมยังเป็นเด็กที่บางบ่อ บ้านผมแทบทุกหลังเลี้ยงไก่ชนไว้เล่นกันเป็นกิจกรรมของคนในชุมชน ไก่ชนที่เลี้ยงไว้ไม่ได้เป็นแค่สัตว์เลี้ยงธรรมดา แต่เป็นเสมือนเพื่อนและส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต แต่เมื่อเวลาผ่านไปกิจกรรมนี้ค่อยๆ หายไปตามกระแสสังคมและเทคโนโลยี
แต่ที่จังหวัดจร่าวิญ ผมกลับพบว่าไก่ชนยังคงได้รับความนิยมและมีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนที่นี่อย่างชัดเจน ไก่ชนถูกเลี้ยงตามบ้านเรือน หน้าร้านค้า และในตลาด แม้แต่ในย่านตัวเมืองก็เห็นไก่ชนหลายตัวเดินเล่นหรืออยู่บนมอเตอร์ไซค์รอเจ้าของอย่างสง่างาม
ไก่ชนจร่าวิญกับเดือยที่ยาวเป็นนิ้ว
สิ่งหนึ่งที่ผมสังเกตเห็นและประทับใจมากคือ “เดือย” ของไก่ชนที่นี่ ซึ่งเป็นอาวุธสำคัญในการต่อสู้ เดือยของไก่ที่จังหวัดจร่าวิญมีความยาวและแหลมคมมากจนผมแทบไม่เคยเห็นที่ไหนเทียบได้ เดือยยาวจนสามารถวัดได้เป็นนิ้วเลยทีเดียว ความแข็งแรงและความยาวนี้ทำให้ไก่ชนที่นี่มีความโดดเด่นและเป็นที่ชื่นชอบของผู้คน
ผมเดินเล่นในเมืองจร่าวิญในยามเช้า แสงแดดอ่อนๆ ยังคงส่องผ่านต้นไม้ข้างทาง เห็นไก่ชนตัวหนึ่งนั่งสงบอยู่บนเบาะมอเตอร์ไซค์ เจ้าของซึ่งเป็นเจ้าของร้านขายนมวัวสดในเมือง นั่งจิบกาแฟอยู่ไม่ไกล ผมไม่พลาดที่จะถ่ายภาพและบันทึกบรรยากาศนี้ไว้เป็นความทรงจำที่แสดงถึงวิถีชีวิตของคนจร่าวิญได้อย่างแท้จริง
จร่าวิญ: จังหวัดชายฝั่งในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง
สำหรับคนที่สนใจจะเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์แบบเดียวกับผม จังหวัดจร่าวิญตั้งอยู่ในพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง เป็นสันดอนขนาดใหญ่ที่โอบล้อมด้วยแม่น้ำ Co Chien ทางเหนือ และแม่น้ำ Hau ทางใต้ จังหวัดนี้อยู่ห่างจากโฮจิมินห์ประมาณ 200 กิโลเมตร และห่างจากเกิ่นเทอราว 100 กิโลเมตร
ผมเดินทางมาที่นี่โดยใช้มอเตอร์ไซค์ข้ามแม่น้ำ Hau แล้วนั่งเรือข้ามไปยังสันดอนกลางแม่น้ำ ก่อนจะนั่งรถประจำทางต่อมายังตัวเมืองจร่าวิญ เมืองหลวงของจังหวัดที่มีบรรยากาศเงียบสงบและเรียบง่าย
เมืองนี้มีประชากรชาวเขมรอาศัยอยู่เกือบ 30% ทำให้วัฒนธรรมและอาหารในพื้นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น ข้าวโพดต้มที่เป็นของว่างยอดนิยมที่ผมได้ลองชิมตอนลงจากรถที่หน้าตลาดจร่าวิญ ข้าวโพดต้มเมืองจร่าวิญ หวานนุ่มและร้อนจัด รสชาติที่ติดตรึงใจจนผมยังนึกถึงทุกครั้งที่พูดถึง
ตลาดจร่าวิญ: แหล่งวิถีชีวิตและอาหารท้องถิ่น
ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศแบบท้องถิ่นแท้ๆ ต้องไม่พลาดเดินชม ตลาดสดเช้า-เย็นเมืองจร่าวิญ ซึ่งมีสองตลาดติดกันยาวเลียบแม่น้ำจร่าวิญ ตลาดแรกคือ "ตลาดจร่าวิญ" ที่มีโซนขายผลไม้ ปลา ของแห้ง หมู และไก่ ส่วนตลาดที่สอง "Cho Bach Dang" เป็นตลาดขนาดเล็กกว่าแต่เต็มไปด้วยสีสันของชาวบ้านที่นำของสดๆ มาวางขายแบบธรรมชาติ
ผมชอบส่วนที่ขายปลาที่ชายแม่น้ำ สังเกตเห็นชาวบ้านนำปลามาวางขายเพียงไม่กี่ตัวตามความพอเพียง สร้างบรรยากาศที่เรียบง่ายและอบอุ่น ซึ่งแตกต่างจากตลาดใหญ่ที่ดูเหมือนจะเป็นระบบมากเกินไป
ต้มเส้นปลาช่อน: อาหารเช้าที่ผมประทับใจในจร่าวิญ
อาหารท้องถิ่นที่ผมประทับใจอีกอย่างคือ “ต้มเส้นปลาช่อน” ร้านนี้ตั้งอยู่หน้าร้านกาแฟ ผมสั่งต้มเส้นปลาช่อนที่มีเนื้อปลาชิ้นใหญ่ไร้ก้าง รสชาติดีและสมกับที่มีลูกค้าแวะเวียนมาทานอย่างสม่ำเสมอ ผมยังสั่งเพิ่มเนื้อปลาอีก 15 บาทเพื่อเติมเต็มความอร่อย
ระหว่างนั่งกินต้มเส้นปลาช่อน ผมได้เห็นภาพชาวจร่าวิญที่กลับจากตลาด ถือของสด หมู ไก่ ผ่านไปมา บรรยากาศนี้เป็นสิ่งที่ mr.hotsia หลงใหลที่สุดในการเดินทาง
เชื่อมต่อประสบการณ์ท่องเที่ยวด้วยข้อมูลและความจริงใจ
สำหรับนักเดินทางที่สนใจจะมาเยือนจร่าวิญ นอกจากจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตไก่ชนและตลาดสดแล้ว ยังสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ โรงแรมที่พักในจร่าวิญ หรือข้อมูลการเดินทางอย่าง สถานีขนส่งเมืองจร่าวิญ ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปประมาณ 7 กิโลเมตร ซึ่งมีรถไปยังจังหวัดใกล้เคียงและโฮจิมินห์ให้บริการ
การเดินทางมายังจังหวัดนี้ไม่ยากนัก และเมื่อได้มาแล้วจะรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปในวันวานของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ซึ่งเสียงไก่ชนยังคงก้องกังวานในยามเช้า และกลิ่นกาแฟสดจากร้านนมวัวสดผสมกลมกลืนกับบรรยากาศตลาดสดริมแม่น้ำ
สำหรับใครที่ชอบการเดินทางที่ไม่ใช่แค่การถ่ายรูปหรือเช็คอิน แต่เป็นการสัมผัสวิถีชีวิตจริงๆ แบบผม mr.hotsia ขอแนะนำให้ลองมาเยือนจร่าวิญดูสักครั้ง แล้วคุณจะเข้าใจว่าความเรียบง่ายและความเป็นท้องถิ่นนั้นมีเสน่ห์ลึกซึ้งแค่ไหน