ข้าวจี่ อาหารเช้าของชาวหลวงพระบาง
mr.hotsia travel ลาว แขวงหลวงพระบาง HOT05504
ข้าวจี่ อาหารเช้าของชาวหลวงพระบาง
ถ้าพูดถึงอาหารเช้าของแขวงหลวงพระบางในประเทศลาว หลายคนอาจนึกถึง “ข้าวจี่” แท่งขนมปังทอดยาวที่วางขายกันตามริมถนนทั่วเมือง หลวงพระบางเมืองมรดกโลกที่เล็กและเงียบสงบ แต่ข้าวจี่กลับเป็นสิ่งที่ผม mr.hotsia เจอและประทับใจมากที่สุดระหว่างทริปเดินทางครั้งนี้
ข้าวจี่ในหลวงพระบางไม่ใช่ขนมปังธรรมดาๆ อย่างที่หลายคนเคยเห็นตามตลาดหรือริมทางในลาว แต่ที่นี่เขามีสูตรเด็ดเฉพาะตัว เริ่มจากแท่งขนมปังที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่พอทาแจ่วบองหลวงพระบางซึ่งแตกต่างจากแจ่วบองอีสานโดยสิ้นเชิง เพราะมีลักษณะคล้ายน้ำพริกเผาของบ้านเรา จากนั้นก็ใส่เครื่องเคียงอย่างแตงกวา ไข่เส้น หมูยอเส้น พร้อมซอสมะเขือเทศก่อนจะห่อด้วยกระดาษบางๆ จับทานง่ายและรสชาติกลมกล่อมมาก
เมื่อครั้งที่ผมเดินเล่นในตอนเช้าของหลวงพระบาง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บรรยากาศเมืองยังเงียบสงบ ถนนคนเดินที่ตอนกลางคืนจะคึกคัก กลับโล่งและสงบเงียบ ผมเจอร้านขายข้าวจี่อยู่ตรงสี่แยกถนนคนเดินนี่เอง ร้านนี้เปิดขายเฉพาะช่วงเช้าเท่านั้น และถือว่าเป็นหนึ่งในอาหารเช้ายอดนิยมของคนท้องถิ่นที่มักจะมาตักบาตรพระภิกษุกันเสร็จแล้วก็แวะซื้อนั่งกินกันก่อนกลับบ้าน
ผม mr.hotsia เองก็เคยพลาดมาแล้วหลายครั้งกับข้าวจี่ที่ขึ้นรา เพราะดันเลือกซื้อแบบไม่ระวัง แต่ครั้งนี้ที่หลวงพระบาง ผมตั้งใจลองชิมข้าวจี่สไตล์เมืองมรดกโลกแห่งนี้อย่างจริงจัง รสชาติของแจ่วบองที่เข้มข้นแต่ไม่เผ็ดจนเกินไป ทำให้ข้าวจี่ที่ดูเหมือนไม่มีอะไรธรรมดานี้ กลายเป็นอาหารเช้าที่อร่อยและมีเสน่ห์ในแบบฉบับของหลวงพระบางอย่างแท้จริง
นอกจากรสชาติของข้าวจี่แล้ว ผมยังได้สัมผัสกับบรรยากาศในตอนเช้าที่เมืองนี้ ซึ่งแตกต่างจากเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ หลวงพระบางเป็นเมืองเล็กๆ ที่มีวัดเก่าแก่มากกว่า 24 แห่งกระจายตัวอยู่ทั่วเมือง ผมเดินถ่ายรูปที่หน้าวัดใหม่และบรรยากาศริมแม่น้ำโขงในเช้าวันนั้นอย่างอิสระ สงบ และเต็มไปด้วยความรู้สึกผ่อนคลายที่หาไม่ได้ง่ายๆ จากเมืองใหญ่ที่คึกคัก
ข้าวจี่ของหลวงพระบางนั้นเป็นอาหารเช้าที่สะท้อนวิถีชีวิตท้องถิ่นได้ชัดเจน คนหลวงพระบางส่วนใหญ่ยังคงยึดถือธรรมเนียมการตักบาตรตอนเช้ากันอย่างเข้มแข็ง และหลังจากเสร็จพิธี ก็มักจะแวะซื้อข้าวจี่ทานกันที่ร้านแถวนั้น ซึ่งปัจจุบันร้านค้าบางร้านก็ปรับตัวมารองรับนักท่องเที่ยวด้วย โดยเจ้าของร้านสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี ทำให้ผม mr.hotsia ที่เดินทางคนเดียวไม่ลำบากเลย
ถ้าคุณกำลังวางแผนมาหลวงพระบาง ผมแนะนำว่าอย่าพลาดลองข้าวจี่สูตรหลวงพระบางแท้ๆ จากร้านในเมืองเก่า ยิ่งถ้าได้ไปช่วงเช้าตรู่จะยิ่งได้บรรยากาศและรสชาติที่ดีที่สุด ร้านข้าวจี่ที่ผมเจอจะตั้งอยู่บริเวณสี่แยกถนนคนเดิน ซึ่งเดินทางง่ายมากเพราะเมืองหลวงพระบางค่อนข้างเล็กและไม่ซับซ้อน ต่างจากเชียงใหม่ที่มีขนาดใหญ่กว่ามาก
หลังจากอิ่มอร่อยกับข้าวจี่แล้ว ผม mr.hotsia ก็เดินเล่นต่อในซอยเล็กๆ ที่เรียกกันว่า “ซอยกาแฟโจมา” ซึ่งอยู่ใกล้กับไปรษณีย์หลวงพระบาง เป็นย่านที่พักราคาถูกแต่คุณภาพดี เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสชีวิตท้องถิ่นจริงๆ ไม่ได้อยู่ในโซนท่องเที่ยวหลัก ซอยนี้มีทั้งร้านกาแฟและร้านอาหารเล็กๆ ให้เลือกพักผ่อนอย่างสบายใจ
สำหรับใครที่สนใจเรียนรู้วัฒนธรรมการเดินทางในหลวงพระบาง ผมแนะนำให้ศึกษาข้อมูลการเดินทางไปยัง เมืองงอย ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวอีกแห่งที่น่าสนใจในแขวงเดียวกัน หรือถ้าเดินทางมาด้วยรถโดยสารประจำทาง สามารถเช็คข้อมูลการเดินทางที่ สถานีขนส่งสายใต้ หลวงพระบาง ซึ่งเป็นจุดหลักของการเดินทางไปยังเมืองต่างๆ ในลาวตอนเหนือได้อย่างสะดวกสบาย
นอกจากนี้ถ้าคุณชอบบรรยากาศตลาดสดและวิถีชีวิตชาวบ้าน ตลาดเช้าหลวงพระบางก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่ผม mr.hotsia อยากแนะนำ เพราะที่นี่คุณจะได้พบกับผักสด ปลา กบ เขียด และวัตถุดิบท้องถิ่นที่สดใหม่ รวมถึงได้เห็นชาวบ้านมากมายออกมาจับจ่ายใช้สอยในยามเช้าอย่างแท้จริง ซึ่งแตกต่างจากตลาดในเมืองใหญ่ทั่วไปอย่างตลาดเวียงจันทน์อย่างชัดเจน สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ตลาดเช้า หลวงพระบาง
สุดท้ายแล้ว ข้าวจี่ที่หลวงพระบางไม่ใช่แค่อาหารเช้าง่ายๆ แต่เป็นเสมือนประตูสู่ความเข้าใจชีวิตและวัฒนธรรมของคนในเมืองนี้อย่างลึกซึ้ง หากคุณได้ลองทานข้าวจี่พร้อมเดินชมวิถีชีวิตยามเช้าในเมืองมรดกโลกแห่งนี้ รับรองว่าจะติดใจและอยากกลับมาเยือนอีกครั้งแน่นอนครับ