เมืองเมาะตะมะ 2013
mr.hotsia travel พม่า รัฐมอญ (Mon) HOT04670
เมืองเมาะตะมะ 2013: เดินทางย้อนรอยอดีตเมืองหลวงชาวมอญกับ mr.hotsia
หลายคนคงคุ้นเคยชื่อ เมืองเมาะตะมะ จากแบบเรียนหรือเรื่องเล่าของชาวมอญในอดีต เมาะตะมะไม่ใช่เกาะกลางน้ำอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เป็นแผ่นดินที่เชื่อมต่อกับเมืองใหญ่ในรัฐมอญอย่างมะละแหม่ง และยังใกล้กับย่างกุ้งด้วย ประสบการณ์การเดินทางครั้งนี้ของผม mr.hotsia เกิดขึ้นในปี 2013 ขณะที่ยังไม่มีสะพานข้ามแม่น้ำสาละวิน แต่ปัจจุบันสะพานนี้เปิดใช้แล้ว ทำให้การเดินทางจากมะละแหม่งไปเมาะตะมะสะดวกขึ้นมาก
เดิมทีนักท่องเที่ยวหรือนักเดินทางที่อยากไปเมืองเมาะตะมะต้องข้ามเรือจากมะละแหม่งอย่างเดียว แต่ตอนนี้ผมเลือกเช่ามอเตอร์ไซค์แบบไป-กลับในราคา 15,000 จ๊าด (ประมาณ 100 บาท) เพื่อเที่ยวชมเมืองนี้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายหรือความปลอดภัยมากเกินไป เรื่องนี้ผมแนะนำเลยว่าควรเหมารถพร้อมคนขับ เพราะถ้าเช่าขี่เองแล้วเกิดอุบัติเหตุหรือรถหาย ค่าใช้จ่ายจะสูงและเสี่ยงมาก ผมเองก็เลิกเช่าขี่เองนานแล้วครับ
เดินทางง่าย สะดวกกับสะพานข้ามแม่น้ำสาละวิน
สะพานที่เชื่อมต่อเมืองเมาะตะมะกับฝั่งมะละแหม่งทำให้การเดินทางง่ายขึ้นมาก จากที่เคยต้องข้ามเรืออย่างเดียว ตอนนี้สามารถนั่งรถมอเตอร์ไซค์ข้ามสะพานไปกลับได้ในราคาที่ไม่แพง ผมจึงเลือกเหมารถพาเที่ยว เพราะนอกจากสะดวกแล้วยังได้คำแนะนำเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ในเมืองนี้ด้วย
เมืองเมาะตะมะตอนนี้มีชาวมอญแท้ๆ อาศัยอยู่ไม่มากเหมือนแต่ก่อน แต่มีชาวพม่ามาอยู่มากขึ้น ชาวมอญส่วนใหญ่จะรวมกลุ่มกันอยู่ที่เมืองมูดน (Mudon) และที่สำคัญคือเกาะมอญ (Bilu Island หรือ Ogre Island) ที่มีหมู่บ้านมอญกว่า 40 หมู่บ้านให้เราได้สัมผัสวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวมอญอย่างชัดเจน
เกาะมอญ แหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด
ถ้าใครมีเวลามากพอ แนะนำให้ไปเที่ยวเกาะมอญด้วย ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองเมาะตะมะ มีเรือข้ามฝากทุกชั่วโมง ค่าเรือประมาณ 60 บาท ที่เกาะมอญมีหมู่บ้านมอญหลายสิบหมู่บ้าน และหากใครอยากเที่ยวรอบเกาะด้วยมอเตอร์ไซค์ก็มีบริการให้เช่า ราคาประมาณ 400-500 บาท เรียกว่าคุ้มถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศเกาะที่เงียบสงบและเต็มไปด้วยชีวิตชาวบ้านจริงๆ
สำหรับผมที่งบน้อยจึงเลือกแค่ข้ามเรือไปเดินเล่นชมวิถีชีวิตชาวบ้าน และแวะซื้อของพื้นเมืองก่อนกลับ เมืองเมาะตะมะและเกาะมอญต่างก็มีเสน่ห์ในตัวเองที่ทำให้ผมรู้สึกว่าได้มาสัมผัสประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมอญแบบใกล้ชิดจริงๆ
สัมผัสอาหารและวัฒนธรรมที่มะละแหม่งก่อนเดินทาง
ก่อนจะไปถึงเมาะตะมะ ผมพักที่เมืองมะละแหม่งที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นเมืองที่ผมรู้สึกเหมือนบ้านหลังที่สอง เพราะพักที่ The Breeze Guesthouse ถึง 6 คืน ด้วยบรรยากาศติดแม่น้ำสาละวินและการบริการที่อบอุ่นจากเจ้าของที่เป็นชาวมอญแท้ๆ ที่นี่เหมาะสำหรับนักเดินทางที่อยากได้ความสงบและสัมผัสวิถีชีวิตจริงๆ
ในมะละแหม่ง ผมได้ลิ้มลองอาหารพื้นเมืองแบบแท้ๆ โดยเฉพาะร้านอาหารจีนที่ผสมผสานอาหารมะละแหม่งไว้อย่างลงตัว เช่น ไก่ทอดแบบมะละแหม่งและข้าวผัดกุ้งที่ BONE GYI RESTAURANT ซึ่งอร่อยจนต้องกลับไปกินซ้ำหลายครั้ง อาหารที่นี่อาจไม่หรูหรา แต่รสชาติและกลิ่นอายความเป็นท้องถิ่นทำให้ประทับใจอย่างยิ่ง
นอกจากอาหารแล้ว ผมยังได้ชมการแสดง รำแบบพม่า ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ทำให้รู้สึกได้ถึงวัฒนธรรมที่ลึกซึ้งและประวัติศาสตร์ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน
แนะนำการเดินทางและข้อควรระวัง
สำหรับการเดินทางไปเมาะตะมะ หากไม่มีรถส่วนตัวหรือไม่อยากเช่ามอเตอร์ไซค์ขี่เอง ผมแนะนำให้เหมารถมอเตอร์ไซค์แบบไป-กลับกับคนขับ ซึ่งราคาประหยัดและปลอดภัยกว่า นอกจากนี้อย่าลืมเตรียมเงินสดสำหรับค่าเรือข้ามไปเกาะสระผมหรือเกาะมอญ ซึ่งค่าบริการเรือเหล่านี้ไม่รวมอยู่ในค่าเช่ารถนะครับ
การเที่ยวเมาะตะมะและเกาะมอญถือเป็นการเดินทางที่ผสมผสานระหว่างการสัมผัสธรรมชาติ วิถีชีวิตชาวบ้าน และประวัติศาสตร์ชาวมอญอย่างแท้จริง อย่าลืมเตรียมร่างกายให้พร้อม เดินทางด้วยความระมัดระวัง และเปิดใจรับประสบการณ์ที่แตกต่างไปจากที่เคยรู้จักมา
สรุปความประทับใจจาก mr.hotsia
เมาะตะมะไม่ใช่แค่เมืองหลวงเก่าของชาวมอญ แต่ยังเป็นจุดเชื่อมต่อวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจมาก ผม mr.hotsia มีโอกาสได้สัมผัสบรรยากาศจริง ได้เจอผู้คน ได้กินอาหารพื้นเมือง และได้เห็นวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงแต่ยังคงเอกลักษณ์ของชาวมอญไว้ได้อย่างลงตัว
ถ้าใครวางแผนจะไปเที่ยวพม่า อย่าลืมแวะมาเที่ยวมะละแหม่งและเมาะตะมะ เพื่อสัมผัสความหลากหลายทางวัฒนธรรมและธรรมชาติที่ยังคงความงดงามแบบดั้งเดิมไว้ได้ไม่เปลี่ยนแปลง
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเที่ยวเมืองมะละแหม่งด้วยตัวเอง หรือเรื่องราวอาหารการกินและที่พักที่ผมเคยแนะนำ สามารถเข้าไปอ่านได้ที่ เที่ยวมะละแหม่งด้วยตัวเอง และ อาหารการกินชาวมะละแหม่ง รวมถึง บรีสเกสต์เฮาส์ ที่ผมประทับใจมากครับ