อาหารการกินชาวมะละแหม่ง
mr.hotsia travel พม่า รัฐมอญ (Mon) HOT04668
อาหารการกินชาวมะละแหม่ง รัฐมอญ ประเทศพม่า: ความเรียบง่ายที่ซ่อนความลึกซึ้งในรสชาติ
ผม mr.hotsia ได้มีโอกาสใช้ชีวิตอยู่ในเมืองมะละแหม่ง รัฐมอญ ประเทศพม่า เป็นเวลาหลายคืน สิ่งหนึ่งที่ผมสัมผัสได้ชัดเจนคืออาหารการกินของที่นี่ แม้จะไม่พบเมนูพิเศษแบบที่ชาวมอญภาคอื่นมีอย่างชัดเจน แต่รสชาติและวิถีการกินของชาวมะละแหม่งนั้นกลับเต็มไปด้วยความเป็นตัวตนแบบฉบับพม่าแท้ ๆ ที่มีความเรียบง่ายแต่ลึกซึ้งในรสชาติ
ในเมืองมะละแหม่ง อาหารทั่วไปที่พบเห็นส่วนใหญ่จะเป็นอาหารแบบพม่าทั่วไป เช่น น้ำพริกต่าง ๆ เสิร์ฟในหม้อตักใส่ถ้วยตามข้างทางหรือในตลาด เหมือนกับที่เห็นในหลายเขตของประเทศพม่า แต่สิ่งที่ทำให้มะละแหม่งแตกต่างคือความหลากหลายของร้านอาหารจีนที่ผสมผสานเมนูพื้นบ้านมะละแหม่งเข้าไปด้วย ผมได้ไปชิมไก่ทอดแบบมะละแหม่งที่ร้านอาหารจีนแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ริมถนนเลียบแม่น้ำสาละวิน โดยร้านนี้อยู่ห่างจากที่พักของผม The Breeze Guesthouse เพียงเดินไปทางขวามือประมาณ 150-200 เมตร ร้านชื่อว่า BONE GYI RESTAURANT เป็นร้านที่ผมประทับใจมาก ไก่ทอดแบบมะละแหม่งที่นี่เขาจะทอดกรอบใส่กระเทียมเจียวเยอะ รสชาติกลมกล่อมมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ข้าวผัดกุ้งของร้านนี้ก็อร่อยและมีน้ำจิ้มให้พร้อม กินเข้าไปแล้วผมรู้สึกได้ถึงรสชาติที่ใส่ใจและความพิถีพิถันของเชฟในท้องถิ่น
นอกจากร้านอาหารจีนแล้ว ที่มะละแหม่งยังมีร้านอาหารไทยที่เปิดโดยชาวพม่าที่เคยอยู่เมืองไทยมาก่อน ซึ่งถือเป็นความโชคดีสำหรับนักท่องเที่ยวที่คิดถึงรสชาติบ้านเรา ผมเองก็เคยลองสั่งผัดกระเพราไข่ดาวในร้านเหล่านี้ รสชาติจัดจ้านถึงใจไม่แพ้ผัดกระเพราที่เมืองไทยเลย ใครที่อยากลิ้มลองอาหารไทยแท้ ๆ ในดินแดนมอญแห่งนี้ ผมแนะนำให้ลองเดินสำรวจตามซอยเล็ก ๆ ในตัวเมืองดูครับ มีร้านอร่อยสี่ห้าร้านให้เลือกชิมกันแบบไม่ผิดหวังแน่นอน
สำหรับมื้อเช้า ผมมักจะกินที่โรงแรมหรือเกสเฮาส์ที่พักอย่าง The Breeze Guesthouse ซึ่งผมพักอยู่ถึง 6 คืน (รายละเอียดที่พักอ่านได้ที่ บรีสเกสต์เฮาส์) อาหารเช้าแบบง่าย ๆ เช่น ไข่ต้ม ขนมปังปิ้ง กาแฟรสเข้ม ช่วยให้ผมมีแรงเดินเที่ยวตลอดวัน และยังได้ชมวิวแม่น้ำสาละวินที่อยู่ตรงข้ามโรงแรม ซึ่งบรรยากาศยามเช้าตรงนี้ทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายและใกล้ชิดกับวิถีชีวิตชาวมะละแหม่งจริง ๆ
มื้อเที่ยงในเมืองนี้ผมมักเลือกร้านอาหารจีนหรืออาหารพม่าแบบง่าย ๆ บางวันก็เดินไปหาร้านเป็ดย่างที่ขายครึ่งตัวในราคาแค่ 150 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ไม่แพงเลยสำหรับอาหารจานหลักจานใหญ่ที่มีรสชาติเข้มข้น และถ้าผมอยากกินอะไรระหว่างวัน ผมจะเดินเล่นในตัวเมืองมะละแหม่งเพื่อหาซื้อซาลาเปานึ่งร้อน ๆ หรือกาแฟสดริมถนน แอบเห็นว่าชาวมะละแหม่งเองก็นิยมกินกันเยอะ ผมลองชิมแล้วก็รู้สึกประทับใจในความสดใหม่และความนุ่มของแป้งซาลาเปา นี่แหละคือการได้สัมผัสวิถีชีวิตจริงของคนท้องถิ่นผ่านอาหารง่าย ๆ ที่ไม่ต้องหรูหราแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นจากใจ
เมื่อยามเย็น มื้อค่ำในเมืองมะละแหม่งจะคึกคักขึ้น โดยเฉพาะตลาดโต้รุ่งที่อยู่ไม่ไกลจากที่พักของผม เพียงเดินไปทางซ้ายจากโรงแรมประมาณ 200 เมตร ก็จะถึงตลาดที่ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำสาละวิน ตลาดนี้มีร้านอาหารปิ้งย่าง ข้าวผัด โรตี และของทานเล่นอีกมากมายกว่า 10 ร้าน มีโต๊ะให้นั่งชมวิวแม่น้ำสาละวินในยามค่ำคืนที่มืดสนิทแต่ลมพัดเย็นสบาย บรรยากาศดีมากครับ ผมเคยลองข้าวผัดกุ้งที่ร้านหนึ่งในตลาดนี้ รสชาติอร่อยจัดจ้าน ราคาไม่แพง แถมได้ฟังเสียงน้ำไหลของแม่น้ำสาละวินพร้อมลมเย็น ๆ พัดผ่านตัวไป มันช่างเป็นความสุขเล็ก ๆ ที่ผมไม่เคยลืม
แม้ที่นี่จะไม่มีอาหารมอญที่โดดเด่นชัดเจนเหมือนรัฐมอญอื่น ๆ แต่ผมกลับเห็นความน่าสนใจในวิถีชีวิตและความหลากหลายของรสชาติที่ผสมผสานระหว่างพม่า จีน และไทยอย่างลงตัว ที่สำคัญคือการได้ใช้เวลานั่งกิน นั่งชิมในร้านเล็ก ๆ ริมทาง หรือตลาดโต้รุ่งที่มีเสียงหัวเราะของคนท้องถิ่นมาเป็นเพื่อน ทำให้ผม mr.hotsia รู้สึกเหมือนได้กินอาหารพร้อม ๆ กับกินวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวมะละแหม่งไปด้วยในเวลาเดียวกัน
ถ้าใครสนใจเที่ยวเมืองมะละแหม่งอย่างจริงจัง และอยากได้คำแนะนำการกินแบบละเอียดผมแนะนำให้ลองอ่านเรื่องราวท่องเที่ยวที่ผมเขียนไว้ใน เที่ยวมะละแหม่งด้วยตัวเอง ซึ่งจะช่วยเติมเต็มประสบการณ์และข้อมูลในการเดินทางของคุณให้ครบถ้วนยิ่งขึ้น
ท้ายที่สุด ผมอยากจะบอกว่า การได้มาใช้ชีวิตและกินอาหารในมะละแหม่งมันไม่ใช่แค่เรื่องของรสชาติ แต่เป็นการได้เข้าไปสัมผัสกับวิถีชีวิตของชุมชนมอญในรัฐมอญที่ยังคงรักษาความเรียบง่ายและความจริงใจในแบบของตัวเองไว้อย่างเหนียวแน่น นี่แหละครับ คือเสน่ห์ของมะละแหม่งที่ผม mr.hotsia อยากให้ทุกคนได้ลองมาเดินตามรอยและลิ้มรสด้วยตัวเองสักครั้ง