MR.HOTSIA TRAVEL

จังหวัดกาวบั่ง เวียดนาม(Cao Bằng)

mr.hotsia travel เวียดนาม กาวบั่ง(Cao Bằng) HOT06584

ประเทศ
เวียดนาม
เมือง/จังหวัด
กาวบั่ง(Cao Bằng)
รหัสเรื่อง
HOT06584
ผู้เขียน
mr.hotsia
หมึกปุ่มย่างเวียดนาม
ข้าวหมกไก่เวียดนาม
แหนมฟางเวียดนาม

ก้าวสู่กาวบั่ง เวียดนาม: เสน่ห์ชายแดนเหนือที่ไม่เหมือนใคร

ผม mr.hotsia ได้มีโอกาสเดินทางมาสัมผัสจังหวัดกาวบั่ง (Cao Bằng) ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนาม ที่นี่เป็นจังหวัดที่มีพรมแดนติดกับหลายจังหวัดในเวียดนาม เช่น ห่าซาง เตวียนกวาง บั๊กกั่น และเซินลา รวมถึงมีพรมแดนเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงของจีนอีกด้วย ทำให้กาวบั่งเป็นจังหวัดที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและชาติพันธุ์สูงมาก โดยเฉพาะชาวไตที่มีจำนวนมากถึงเกือบครึ่งของประชากรทั้งหมดกว่า 528,100 คนในปี 2551

ตอนที่ผมนั่งรถจากฮานอยมาถึงกาวบั่งระยะทางประมาณ 286 กิโลเมตร ผมสังเกตเห็นบรรยากาศและวิถีชีวิตที่แตกต่างอย่างมีเสน่ห์ ชาวบ้านในตลาดหรือคนที่ผ่านไปมาจะพูดภาษาไทยกลางผสมกับภาษาท้องถิ่นไตอย่างเป็นกันเอง ฟังแล้วอบอุ่นเหมือนอยู่บ้านเราเลยทีเดียวครับ

น้ำตกบ้านส๊บ (Ban Gioc Waterfall) ความงามสุดอลังการที่ต้องมาเห็นด้วยตา

หากพูดถึงสถานที่ที่เป็นไฮไลต์ของจังหวัดกาวบั่ง ผมคงต้องยกให้ น้ำตกบ้านส๊บ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า "ตาดบ้านส๊บ" น้ำตกที่ตั้งอยู่ชายแดนเวียดนาม-จีนแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในน้ำตกที่สวยที่สุดของโลก และใหญ่เป็นอันดับ 4 รองจากน้ำตกไนแอการา น้ำตกวิกตอเรีย และน้ำตกอีกวาซู

ผมใช้เวลานั่งรถประมาณ 3 ชั่วโมงจากตัวเมืองกาวบั่งมาถึงน้ำตกแห่งนี้ ที่พักใกล้น้ำตกมีไม่มากนัก และผมเลือกพักที่โรงแรมไซ่ง่อนบ้านส๊บ ซึ่งราคาคืนละประมาณ 1,800 บาท บรรยากาศรอบๆ มีทุ่งนากว้างและแม่น้ำสายเล็กๆ กั้นระหว่างเวียดนามและจีน เสียงน้ำตกและเสียงกบในช่วงค่ำสร้างความรู้สึกสงบและเป็นธรรมชาติมาก

แม้ว่าฤดูที่ผมไปจะเป็นช่วงน้ำค่อนข้างน้อย น้ำตกจึงไม่ได้ดูอลังการเท่าที่หวัง แต่ก็ยังคงงดงามและน่าประทับใจมากครับ การล่องแพใกล้น้ำตกทั้งฝั่งเวียดนามและจีนทำให้ผมได้เห็นวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นที่อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

เมืองกาวบั่ง: เมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และรสชาติ

ตัวเมืองกาวบั่งเป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในที่ราบล้อมรอบด้วยภูเขาสูงและมีแม่น้ำสายสำคัญไหลผ่าน ผมพักที่ โรงแรมซันนี่โฮเต็ล (Sunny Hotel Cao Bang) ซึ่งเป็นโรงแรมที่ผมแนะนำอย่างแรง ด้วยราคาคืนละประมาณ 800 บาท ห้องพักสะอาด มีแอร์เย็นสบาย และจากชั้นบนสามารถมองเห็นภาพเมืองกาวบั่งได้อย่างชัดเจน แม้ว่าจะเดินไปตลาดไกลหน่อย แต่ความคุ้มค่าของที่นี่ทำให้ผมประทับใจมาก

อีกโรงแรมที่ผมเคยพักคือ Hua Viet Hotel ราคาประมาณ 600 บาท ห้องพักดีและสะดวกสบายมาก ตัวเมืองกาวบั่งแม้จะไม่ใหญ่มากแต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เหมาะสำหรับนักเดินทางที่อยากสัมผัสบรรยากาศเมืองชายแดนแบบสงบๆ

ตลาดเช้ากาวบั่ง: แหล่งรวมวัฒนธรรมและอาหารท้องถิ่น

ผมไม่พลาดที่จะไปเดินเล่นใน ตลาดเช้ากาวบั่ง ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำในตัวเมือง ตลาดนี้เป็นตลาดในร่มที่สะอาดและมีสีสันมาก มีร้านอาหารท้องถิ่นหลายร้านที่เปิดตั้งแต่เช้า ผมซื้อเป็ดย่างร้อนๆ จากร้านในตลาดแล้วนั่งกินที่ร้านด้านหลังตลาด รสชาติเป็ดย่างที่นี่แตกต่างจากเป็ดย่างของหลั่งเซิล (Lang Son) ซึ่งใส่ใบมะไฟจีน แต่ก็อร่อยไม่แพ้กันเลยครับ

นอกจากนี้ยังมีรถเข็นขายบั๋นหมี่หลายเจ้า เป็นอาหารเช้าที่ผมว่าต้องลอง ส่วนร้านอาหารริมถนนแถวโรงแรมซันนี่ก็มีร้านข้าวต้มและเครื่องในลวก พร้อมเหล้าเบียร์ให้บริการตอนกลางคืน สำหรับนักท่องเที่ยวผมขอแนะนำร้าน “Pizza Chi” ที่ตั้งอยู่กลางซอยตรงข้ามตลาดกาวบั่ง ร้านนี้เจ้าของพูดภาษาอังกฤษได้ดี และมีเมนูพิซซ่า ซุปวัว รวมถึงไส้กรอกพื้นเมืองที่อร่อยมากครับ

อาหารและรสชาติท้องถิ่นที่ต้องลิ้มลอง

ถ้าพูดถึงอาหารที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดนี้ ผมต้องยกให้ไส้กรอกกาวบั่งหรือที่เรียกว่า "lạp sườn" ในภาษาเวียดนาม ซึ่งเป็นไส้กรอกที่มีรสชาติคล้ายไส้อั่วและส้มต๋อนของไทย แต่มีความหอมรมควันที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผมเคยไปดูร้านที่ทำไส้กรอกนี้ในเมืองกาวบั่ง พบว่ามีการรมควันในห้องครัวนานถึงสามเดือนก่อนนำมาปรุงรสและย่างกินกับข้าวเหนียว กลิ่นและรสชาติทำให้ผมประทับใจจนต้องซื้อกลับบ้านหลายชุด

เป็ดย่างที่ผมได้ชิมในตลาดเช้ากาวบั่งก็เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ห้ามพลาด และยังมีร้านอาหารริมถนนที่เสิร์ฟข้าวต้มและเครื่องในลวกในตอนกลางคืน เป็นบรรยากาศที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยรสชาติและความอบอุ่นจากคนท้องถิ่น

เทศกาลและวิถีชีวิตชาวไตในกาวบั่ง

กาวบั่งเป็นแหล่งรวมของชาวไตที่มีวัฒนธรรมและประเพณีที่น่าสนใจมาก เทศกาลสำคัญที่ผมพลาดไม่ได้นั้นคือ “Moon Mother Inviting Festival” ซึ่งจะจัดขึ้นในต้นฤดูใบไม้ผลิ เป็นงานที่ชาวไตในทุกหมู่บ้านจะมารวมตัวกันเพื่ออธิษฐานกับดวงจันทร์ มีการละเล่นและเทศกาลอาหารที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและสีสัน แต่ตอนที่ผมไปยังไม่ตรงช่วงเทศกาลนี้

อีกเทศกาลหนึ่งที่ได้รับความนิยมคือ “Long Tong Festival” เทศกาลเริ่มต้นการเก็บเกี่ยวของชาวไตในเวียดนามเหนือ ซึ่งรวมถึงจังหวัดกาวบั่งด้วย เทศกาลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการรักษาวัฒนธรรมและวิถีชีวิตดั้งเดิมที่ยังคงอยู่ในพื้นที่ชายแดนแห่งนี้

การเดินทางและข้อมูลการท่องเที่ยว

การเดินทางมายังจังหวัดกาวบั่งสะดวกพอสมควร มีรถบัสประจำทางจากฮานอย, Thai Nguyen และ Lang Son วิ่งตรงมายังสถานีขนส่งเมืองกาวบั่ง (Cao Bang Bus Station) ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนน Tam Trung สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 3852248 ส่วนสำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัดกาวบั่งหมายเลข 3855247

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และธรรมชาติ นอกจากน้ำตกบ้านส๊บแล้ว ยังมีสถานที่น่าสนใจอย่าง Pac Bo Historical Area และถ้ำ Nguom Ngao ที่อยู่ไม่ไกลจากน้ำตก หรือหากชอบบรรยากาศทะเลสาบธรรมชาติ Thang Hen Lake ในอำเภอ Tra Linh ก็เป็นตัวเลือกที่น่ามาเยือนครับ

สรุปความประทับใจจาก mr.hotsia

จังหวัดกาวบั่งสำหรับผมคือสถานที่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติที่ยังคงความบริสุทธิ์ วิถีชีวิตของชาวไตที่อบอุ่นและเป็นมิตร และอาหารพื้นเมืองที่อร่อยจนอยากกินซ้ำหลายๆ รอบ การมาเยือนกาวบั่งทำให้ผมรู้สึกได้สัมผัสกับความเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความน่าสนใจของเวียดนามเหนืออย่างแท้จริง

ถ้าใครอยากหลีกหนีความวุ่นวายและสัมผัสธรรมชาติพร้อมวัฒนธรรมที่แตกต่าง ขอเชิญมาเดินทางตามรอยผม mr.hotsia ที่กาวบั่งแห่งนี้ รับรองว่าคุณจะได้ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครอย่างแน่นอนครับ

อ่านต่อเรื่องใกล้เคียง