MR.HOTSIA TRAVEL

เมืองซาปา 2013

mr.hotsia travel เวียดนาม หล่าวกาย(Lào Cai) HOT07752

ประเทศ
เวียดนาม
เมือง/จังหวัด
หล่าวกาย(Lào Cai)
รหัสเรื่อง
HOT07752
ผู้เขียน
mr.hotsia
หมึกปุ่มย่างเวียดนาม
ข้าวหมกไก่เวียดนาม
แหนมฟางเวียดนาม

เมืองซาปา 2013: การเดินทางและประสบการณ์ของ mr.hotsia

ซาปา เมืองเล็กๆ ในจังหวัดหล่าวกาย (Lào Cai) ทางภาคเหนือของเวียดนาม เป็นจุดหมายที่ผม mr.hotsia กลับมาเยือนครั้งที่สามในทริปสำรวจทั่วเวียดนาม ผมเริ่มต้นเดินทางจากเชียงของ ผ่านอุดมไชย เดียนเบียนฟู เซิลลา และเยนไบ๋ ด้วยการผสมผสานระหว่างรถโดยสารและรถไฟ ซึ่งเส้นทางนี้ไม่เพียงแต่พาไปถึงซาปาเท่านั้น แต่ยังได้สัมผัสวิถีชีวิตและธรรมชาติอันงดงามของชาวเขาและชุมชนเล็กๆ ระหว่างทางอีกด้วย

สำหรับการเดินทางเข้าสู่ซาปา วิธีที่ผมเลือกคือการนั่งรถไฟจากสถานีเยนไบ๋มายังสถานีรถไฟลาวกาย (Lào Cai) และต่อรถตู้เข้าเมืองซาปา โดยค่ารถจากสถานีลาวกายมายังซาปาอยู่ที่ประมาณ 50,000 ดอง หรือราว 75 บาท หากเจอราคาที่แพงกว่านี้ ผมแนะนำให้เดินตรงไปยัง สถานีขนส่งลาวกาย ที่อยู่ในแนวเดียวกับสถานีรถไฟ เพราะจะมีรถตู้ราคาปกติและโอกาสต่อรองราคาดีกว่า ที่สำคัญต้องระวังนายหน้าที่จะพยายามขายตั๋วในราคาสูงกว่าปกติ ผมเองก็เคยเจอเหตุการณ์นี้มาแล้ว ต้องนิ่งๆ และใจเย็นให้มากครับ

เรื่องตั๋วรถไฟกลับจากลาวกายไปฮานอย ผมแนะนำให้ซื้อตั๋วผ่านที่พักในซาปาแทนที่จะซื้อที่สถานีรถไฟโดยตรง เพราะตั๋วตู้นอนแบบ 4 เตียงมักถูกนายหน้าจองหมดไปแล้ว และจะขายต่อในราคาสูงกว่าหน้าตั๋วมาก ผมเองขากลับจากซาปามาถึงลาวกาย เลือกซื้อตั๋วไปยังจังหวัดหวิงฟุก (Vĩnh Phúc) ซึ่งอยู่ห่างจากฮานอยประมาณ 1 ชั่วโมง โดยนั่งรถไฟตู้นอนแบบ 6 เตียง ซึ่งเป็นทางเลือกที่ผมพอใจมาก เพราะได้บรรยากาศและความสะดวกสบายที่เหมาะสม

เสน่ห์ของรถไฟเวียดนามและการเดินทางที่แท้จริง

รถไฟเวียดนามมีหลายประเภทให้เลือก ตั้งแต่ตู้นอนพิเศษ 4 เตียง ตู้นอน 6 เตียง ตู้นั่งแอร์ และนั่งพัดลม สำหรับนักท่องเที่ยวที่เลือกซื้อแพ็กเกจทัวร์จากฮานอยไปซาปา มักจะได้ตู้นอน 4 เตียงที่ตกแต่งสวยงาม ดูเป็นส่วนตัวและสะดวกสบายกว่าแบบธรรมดา แพ็กเกจแบบนี้จะรวมบริการที่ดีกว่าและความสะดวกในการเดินทาง ส่วนผม mr.hotsia ชอบนั่งรถไฟแบบนี้ เพราะบรรยากาศบนรถไฟทำให้เราได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวเวียดนามและนักท่องเที่ยวด้วยกันอย่างใกล้ชิด

หากคุณสนใจเส้นทางรถไฟจากเยนไบ๋ไปซาปา ผมเคยเขียนรายละเอียดการเดินทางไว้ในบทความ นั่งรถไฟจากจังหวัดเยนไบ๋ไปซาปา ซึ่งแนะนำเส้นทางและเคล็ดลับการต่อรถตู้จากสถานีรถไฟลาวกายเข้าเมืองซาปาไว้อย่างครบถ้วน

สภาพอากาศและช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเที่ยวซาปา

ซาปาเป็นเมืองที่มีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว มีสี่ฤดูในหนึ่งวัน หน้าหนาวอากาศหนาวจัดจนบางครั้งมีเมฆและฝนปกคลุม ตลาดบางแห่งแทบจะไม่เปิดเต็มที่ ส่วนหน้าร้อนถึงจะร้อนแต่ก็เป็นเดือนที่นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยอะที่สุด ผม mr.hotsia ชอบช่วงเดือนเมษายนมากที่สุด เพราะอากาศไม่หนาวจนเกินไปและฟ้าใส สวยงาม เหมาะกับการเดินเที่ยวชมวิถีชีวิตชาวเขาและธรรมชาติอย่างแท้จริง

ที่น่าสนใจคือในปี 2554 เคยมีหิมะตกที่ยอดเขาฟานซิปัน (Fansipan) ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในภูมิภาคนี้ แต่นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนอกฤดูกาลและไม่ได้มีหิมะตกในตัวเมืองซาปา ยอดเขานี้เป็นสถานที่ที่นักปีนเขาต้องเตรียมตัวอย่างดี เพราะต้องเดินเท้าต่อจากจุดที่รถยนต์ไปถึง ต้องมีคนนำทางและเตรียมอาหารระหว่างทาง ซึ่งผมเองยังไม่มีโอกาสขึ้นไป แต่ถ้าคุณสนใจเรื่องนี้ ผมแนะนำให้อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจากบทความอื่นของผมครับ

ที่พักและการเดินทางในเมืองซาปา

ซาปามีที่พักหลากหลายราคา กระจายตัวอยู่ทั่วเมือง แต่ผมแนะนำให้เลือกพักใกล้ตลาดเช้า โบสถ์ และสนามกีฬาซึ่งอยู่ในละแวกเดียวกัน การพักในโซนนี้สะดวกมากสำหรับเดินเที่ยวในเมืองและออกไปยังหมู่บ้านต่างๆ เช่น หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต (Cat Cat village) ที่มีชื่อเสียงและอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง ผมพักที่โรงแรมเซิลหา (Sonla hotel) ซึ่งอยู่ทางไปหมู่บ้านกั๊ตกั๊ต บรรยากาศดีและราคาสมเหตุสมผล หากสนใจสามารถดูพิกัดที่พักได้ในบทความของผมครับ

การเดินทางภายในเมืองซาปาสะดวกด้วยมอเตอร์ไซค์และรถตู้เล็กๆ หากอยากเที่ยวหมู่บ้านหรือขึ้นเขาแนะนำให้เช่ารถมอเตอร์ไซค์หรือเหมารถแบบรายวัน ซึ่งราคาไม่แพงและทำให้คุณได้สัมผัสบรรยากาศจริงของชุมชนชาวเขาอย่างใกล้ชิด

อาหารท้องถิ่นและโซนอาหารราคาประหยัดในซาปา

เรื่องอาหารในซาปาเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ผม mr.hotsia ชอบมาก มีสองโซนหลักที่ผมแนะนำอย่างจริงใจ โซนแรกคือบริเวณชั้นล่างของตลาดเช้าซาปา ที่นี่มีร้านอาหารริมทางราคาย่อมเยาว์ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวแบบแบ๊กแพ็คหรือใครที่อยากกินประหยัด อาหารส่วนใหญ่เป็นข้าวกับผัดเต้าหู้ง่ายๆ รสชาติถูกปากและได้บรรยากาศชาวบ้านแท้ๆ

โซนที่สองคือร้านเหล้าบรรยากาศชาวเวียดนามแท้ๆ ที่อยู่ตรงหัวมุมสนามกีฬา มีนักท่องเที่ยวเวียดนามไปกินกันเยอะ ผมว่าอาหารที่นี่สดและราคาไม่แพงจนเกินไป นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารที่ชั้นบนของตลาดที่เน้นขายนักท่องเที่ยว มีทั้งอาหารเช้าแบบฝรั่งและกาแฟเวียดนาม ผมนั่งกินกาแฟพร้อมดูชาวเขาที่เดินตลาดในตอนเช้า ถือเป็นประสบการณ์ที่สนุกและมีเสน่ห์มาก หากคุณสนใจรายละเอียดเพิ่มเกี่ยวกับโซนอาหารเหล่านี้ ลองอ่านเพิ่มเติมในบทความ โซนอาหารราคาถูกในซาปา ซึ่งผมเขียนไว้โดยละเอียดครับ

ตลาดบัคห่า: วิถีชีวิตชาวเขาและตลาดท้องถิ่น

นอกจากซาปาแล้ว ตลาดบัคห่า (Bac Ha Market) เป็นอีกสถานที่ที่ผมแนะนำอย่างยิ่ง ตลาดนี้ตั้งอยู่ห่างจากเมืองลาวกายประมาณ 36 กิโลเมตร และเป็นตลาดที่ชาวเขาในพื้นที่มารวมตัวซื้อขายสินค้าท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นผักผลไม้ เสื้อผ้าชาวเขา และของใช้ที่จำเป็น ผมเองเคยไปเดินตลาดนี้หลายครั้ง และยังจำได้ถึงบรรยากาศที่เต็มไปด้วยสีสันของชุดชาวเขาและเสียงเจรจาต่อรองราคาที่เป็นกันเอง

หากสนใจวิธีเดินทางและประสบการณ์ในตลาดบัคห่า สามารถดูข้อมูลในบทความของผม ตลาดบัคห่า ที่ผมเล่าประสบการณ์ไว้แบบละเอียด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ช่วยเติมเต็มทริปซาปาของคุณได้อย่างดี

สรุปและคำแนะนำจาก mr.hotsia

ซาปาไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยวที่สวยงามจากภาพถ่ายเท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราว วิถีชีวิต อาหารและการเดินทางที่ท้าทายและน่าประทับใจ การมาเยือนที่นี่ครั้งที่สามของผมทำให้ผมยิ่งเข้าใจและรักเมืองนี้มากขึ้น การเลือกระยะเวลาพัก 2 คืนในซาปาจะทำให้คุณไม่เหนื่อยเกินไปและมีเวลาสำรวจหมู่บ้านชาวเขา ตลาดท้องถิ่น และธรรมชาติรอบๆ ได้อย่างเต็มที่

สำหรับการเดินทางจากไทยมายังซาปา เส้นทางผ่านเชียงของ อุดมไชย เดียนเบียนฟู เป็นเส้นทางที่ผมชอบมาก เพราะระหว่างทางมีที่เที่ยวและเรื่องราวให้ค้นหา เดินทางจากเดียนเบียนฟูมาซาปา มีข้อมูลแนะนำการซื้อตั๋วและเส้นทางอย่างละเอียดที่จะช่วยให้ทริปของคุณสะดวกขึ้น

สุดท้ายนี้ หากคุณอยากสัมผัสซาปาอย่างแท้จริง ผม mr.hotsia แนะนำให้ลองเปิดใจเดินทางด้วยตัวเอง ใช้เวลาสำรวจตลาด ชิมอาหารท้องถิ่น และพูดคุยกับชาวบ้าน คุณจะได้ประสบการณ์ที่ลึกซึ้งกว่าการท่องเที่ยวแบบแพ็กเกจทั่วไปอย่างแน่นอน

อ่านต่อเรื่องใกล้เคียง