เชียวราย โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา ทำพิธีไหว้ผี
โฮมสเตย์บ้านห้วยขี้เหล็ก โฮมสเตย์ชาวอาข่า(อีก้อ) พักกับชาวเขา ทำพิธีไหว้ผี http://www.hotsia.com > ประเพณีชนไข่แดงของชาวอะข่า เป็นประเพณีที่มีพิธีกรรมอย่างมากและขั้นตอนหลายอย่าง ผมไปเที่ยวบ้านห้วยขี้เหล็กมาและก็ได้เห็นพิธีกรรมต่างๆ แต่เพื่อให้ผมลงข้อมูลได้ถูกต้อง และไม่คลาดเคลื่อน ผมขอลงเฉพาะสิ่งที่ผมเห็นเท่านั้น ส่วนข้อมูลเรื่องพิธีนั้น ผมขอบกมาจาก เว็บไซต์ http://www.hilltribe.org

โดย พระอาเจอะ อิทธิญาโณ แกนนำชาวพุทธอ่าข่าหญ่า(THE AKHAYA BUDDHIST SHIFT) ซึ่งได้ลงไว้ในเว็บบอร์ดของเว็บไซต์ดังกล่าวครับ ในส่วนของผมที่ผมเห็นงานวันแรกที่ชาวอะข่าที่ยังไม่ได้เข้าไปนับถือศาสนาคริสต์จะตื่นแต่เช้าไปตักน้ำศักดิ์สิทธิ์ประจำหมู่บ้าน โดยเตรียมน้ำเต้าไปใส่น้ำ เมื่อกลับมาสายๆ ก็จะนำน้ำไปล้างไก่ และฆ่ามาทำพิธี ตอนบ่ายโมงจะตำข้าวปุก ซึ่งผมก็ถ่ายให้ชมเป็นวีดีโอหลายบ้าน ในอีกวันหนึ่งจะการชนไข่แดง
ซึ่งงานนี้ก็เหมือนกับงานวันเด็กของอะข่า วันโล้ชิงช้าก็คือวันของผู้หญิงอะข่า เรื่องของวันชนไข่แดงนั้นผมขอเสนอเป็นอีกตอนนึง เพราะผมมองว่าเป็นเรื่องที่มีวิวัฒนาการไปเรื่อยๆได้ เหมือนสงกรานต์ไทย ที่สืบทอดมาถึงทุกวันนี้ได้ งานชนไข่แดงก็เช่นเดียวกันผมว่าจะอยู่ต่อไปได้อีกนานแสนนาน ต่อจากนี้ไปเป็นเรื่องทางพิธีของ พระอาเจอะ อิทธิญาโณ แกนนำชาวพุทธอ่าข่าหญ่า(THE AKHAYA BUDDHIST SHIFT) ผมขอขอบคุณข้อมูลมา ณ.ที่นี้ครับ
วิธีการการ สืบทอด ของประเพณี ขึ่มสึ่ ฮึ่มมี่อ่าโผ่ว หรือ ต้มย้อมไข่แดง ขึ่มสึ่ ฮึ่มมี่อ่าโผ่ว หรือ ต้มย้อมไข่แดง หรือว่า ชนไข่แดง ที่สังคมไทย รู้จักกันทั่วไป มีด้วยกันทั้งหมด 2 วัน มีในช่วงต้นเดือนเมษายนของทุกปี เป็นเทศกาลที่เกิดขึ้นก่อนทำการปลูกต่างๆในรอบปี สำหรับความเป็นมาไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเกิดขึ้นเมื่อใด และยุคสมัยใด ในอดีตช่วงประเพณี ขึ่มสึ่ ฮึ่มมี่อ่าโผ่ว หรือ ต้มย้อมไข่แดง
หรือว่า ชนไข่แดง มี มีช่วงห่าง 13 วัน แต่ปัจจุบันได้มีการเปลี่ยนเทศกาลนี้ไปจากเดิม คือ ได้มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว ได้มี ปรมจายร์ปราชญ์อ่าข่าเกี่ยวกับ หญ้อง คือนายอาเซอะ มาเยอะ บ้านแสนเจริญเก่า ผู้ร่วมอุดมการณ์ก่อตั้งสมาคมเพื่อการศึกษาวัฒนธรรมอ่าข่าเชียงราย ได้ปรับประยุกต์วัฒนธรรมอ่าข่าเปลี่ยนมาเป็นไม่มีช่วงห่าง และรวมประเพณี ขึ่ม สึ กับประเพณี ฮึ่มมี่ ไว้ด้วยกัน จึงเป็นประเพณี ขึ่มสึ ฮึ่มมี่ อ่าโผ่ว
เล่าะเอ่อจนถึงปัจจุบัน เหตุผลในการปรับประยุกต์เปลี่ยนแปลง เพราะเนื่องจากช่วงระยะห่าง 13 วัน เป็นช่วงที่ไม่สามารถตัดไม้ หาใบไม้สีเขียวได้ และไม่สามารถเก็บเกี่ยวพืชผลต่างๆได้ทุกชนิด นายอาเซอะ มาเยอะ ปราชญาจารย์อ่าข่าทาง หญ้อง หรือ วัฒนธรรมอ่าข่า จึงมีการปรับประยุกต์เปลี่ยนแปลงให้มีเสถียรภาพ ให้สอดคล้องกับสภาวะการณ์ของปัจจุบันนั้น เพราะชาวอ่าข่าทำผิดจารีตประเพณีบ่อย และเกรงว่านานวันเข้าชาวอ่าข่าจะเห็นของผิดเป็นถูก
วัฒนธรรมอ่าข่าจะอันตรธานมากกว่านี้ เพราะเหตุว่า จากช่วงห่างมากเกินไป จึงได้ปรับประยุกต์เปลี่ยนแปลงไป ในอดีตกรณีที่ทำผิด โดยการตัดไม้หรือเก็บเกี่ยวพืชผลทุกชนิด ก็ต้องมีการประกอบพิธี ซึ่งอ่าข่าเรียกพิธีกรรมนี้ว่า บู ล่อ แปลว่า ทำให้สะอาดขึ้น เพราะอ่าข่าถือว่าบุคคลใดก็ตามที่ไปตัดไม้ และเก็บเกี่ยวพืชผลในช่วง จำศีล คือคนไม่บริสุทธิ์ ซึ่งจะเป็นสาเหตุนำมาซึ่งสิ่ง อัปมงคลเข้ามาในชุมชน ที่นอนที่ผมนอนครับเป็นแบบนี้
วันตักน้ำผมตื่นไปถ่ายรูปแต่เช้า จะแป หรือ วันแรกของ ขึ่มสึ่ ฮึ่มมี่อ่าโผ่ว หรือ ต้มย้อมไข่แดง ช่วงเช้ามาผู้หญิง หรือชายอ่าข่า จะแต่งตัวชุดอ่าข่าเต็มยศ ไปตักน้ำใน อี้ซ้อเล่าะเค่าะ หรือ ห้วยสะอาดบริสุทธิ์ การจะตักน้ำจะต้องมีการล้าง เท้า ขา มือ หน้า และ อี้พู่ หรือ น้ำเต้า ให้สะอาด การตักน้ำจะต้องตักตามลำดับก่อนหลัง พอกลับมาจากการตักน้ำถึงบ้านก็จะแช่ข้าวเหนียว เวลาประมาณเที่ยงวัน อ่าบ้อโจ่วมา
ก็จะตีกลอง เพื่อเป็นสัญญาณให้กับชาวบ้านว่าให้นึ่งข้าวเหนียวได้ ระหว่างนึ่งข้าวยังไม่สุกก็จะมีการคั่วงาดำตำใส่เกลือ นึ่งข้าวเหนียวสุกก็ยกไปตำเป็นข้าวปุก โรยด้วยงาดำ เพื่อให้กลิ่นหอมและไม่ให้ข้าวปุกติดมือกับกระด้ง ส่วนเกลือใส่ให้มีรสชาติอร่อย ยกข้าวปุกเข้าบ้านเพื่อประกอบพิธีกรรม เริ่มด้วยการตั้งลูกเหล้า หรือที่อ่าข่าเรียก จี่ ป่า จี่ สี่ มีข้าวสารผสมข้าวเปลือก และยีสต้มเหล้าผ่านการหมักมาแล้ว ใส่ในกระบอกไม่ไผ่
ข้างในมีหลอดดูดน้ำที่ทำมาจากไม้ไผ่มีรู อ่าข่าเรียกว่า อี้ เตอะ ตั้งบริเวณหิ้งประกอบพิธีกรรม ใกล้ๆ ลูกเหล้า ก็ตั้งถ้วยหนึ่งใบ ข้างในมีมีขันน้ำที่ทำมาจากน้ำเต้า อ่าข่าเรียกว่า อี้ -เจอะ เทน้ำบริสุทธิ์ใส่ถ้วย หยิบขันน้ำที่ทำมาจากน้ำเต้าตักน้ำจากถ้วยมาเทใส่ลูกเหล้า จำนวน 3 ครั้ง แล้วหาตอกไม้ไผ่มาใส่ลูกเหล้า จำนวน 1 อัน การใส่ตอกนี้อ่าข่าเรียกว่า จี่ ช่อ ไปจับไก่มา จำนวน 1 ตัว ซึ่งไก่ที่นำมาประกอบพิธีนั้น
สามารถใช้ได้ทั้งตัวผู้และตัวเมีย แต่ต้องไม่มีขนสีขาว เพราะอ่าข่าถือว่า ถ้าไก่มีขนสีขาวเป็นไก่ไม่บริสุทธิ์ หรืออ่าข่าเรียกว่า ยา -จี -ยา -เซอะหรือ ไก่บริสุทธิ์ และต้องมีอวัยวะครบทุกส่วน เอาขันตักน้ำจากถ้วยที่ตั้งไว้ มาเทใส่ไก่บริเวณขา ปีก และหัว จำนวนที่ละ 3 ครั้ง จึงใช้ไม้ที่เตรียมไว้ตีบริเวณหัว อ่าข่าเรียกไม้นี้ว่า ตี่ -ตู้ หลังจากฆ่าไก่แล้ว พิธีกรรมจะมีความแตกต่างกันออกไปตามตระกุล
บางครอบครัวก่อนจะถอนขนไก่และเผา จะมีการตัดปีกและขาออกไป ด้วยเหตุผล 2 ประการที่ 1. ถ้าปีกหรือขาหัก จะประกอบพิธีกรรมต่อไม่ได้ ต้องหาไก่ตัวใหม่มาประกอบแทน ประการที่ 2. เพื่อความสะดวกในการประกอบพิธีกรรม เพราะบางครั้งการประกอบพิธีกรรม ต้องใช้ไก่ตัวเล็กๆ ถอนขนไก่ออกหมด นำไปเผาขนหมดแล้ว นำไก่มาล้างด้วยน้ำสะอาด แล้วชำแร่ะโครงไก่ออกเป็นสองส่วนคือ ส่วนหน้าอกไก่กับส่วนหลังไก่ เวลาดึงโครงไก่ ต้องไม่ให้ตับไก่ติดทางหน้าอกไก่
เพราะว่าถ้าติดต้องทำพิธีกรรมใหม่ ถ้าตับไก่ติดหน้าอกไก่ อ่าข่าเรียกว่า นุ๋ม จะ ตัดน่อง ต้นปีก และตับไก่ เป็นท่อนๆ และเอาส่วนหน้าอกไก่ ก็จะตัดเป็นเป็นชิ้นเล็กๆ มาต้มกับ 3.ห่อเซาะ ข้าวเหนียว ระหว่างที่ต้มไก่ยังไม่สุก ก็เอา ห่อเจ่ ขันโตก ห่อจึ หรือ หุ่ม่า ถ้วย ออกมาล้าง โดยใช้น้ำสะอาด และบริสุทธิ์ พอล้างเสร็จก็เอาถ้วยมาวางบนขันโตก ใบที่ 2. เหล้า ดูดน้ำจากลูกเหล้าใส่ 3. ข้าวสะอาดบริสุทธิ์ ข้าวเหนียวต้มให้สุก
5. ใส่เนื้อไก่ คือ น่อง ปีก และตับ และใส่เนื้อในส่วนอื่นๆ ยกขันโตกไปวางใกล้ๆ หิ้งสักการะบูชา ตามด้วยขันโตกไว้บริเวณใกล้ๆ กับหิ้งสักการะบูชา หันหลังให้หิ้งประมาณ 5 นาที จึงยกขันโตกลงมาเรียกคนในครอบครัวทุกคนกิน อ่าโผ่ว -ล่อจ้า จ่าเอ่อ หมายถึงการ แบ่งเครื่องประกอบพิธีกรรมมากินกันทุกคนในครอบครัว การรับ อ่าโผ่ว -ล่อจ้า จะต้องรับสองมือประสานกัน ใส่เสื้อผ้าให้มิดชิด








