นกกรงหัวจุกเวียดนาม
mr.hotsia travel เวียดนาม หวิญฟุก(Vĩnh Phúc) HOT07760
นกกรงหัวจุกเวียดนาม ณ หวิญฟุก
ถ้าพูดถึงประสบการณ์เดินทางที่ผม mr.hotsia เคยสัมผัสในเวียดนามเหนือ เมืองที่แอบซ่อนเสน่ห์เรียบง่ายพร้อมกลิ่นอายชนบทที่ไม่เหมือนใคร หนึ่งในเรื่องราวที่ยังติดตราตรึงใจผมมากคือ “นกกรงหัวจุก” หรือที่เวียดนามเรียกกันว่า “ปรอดหัวโขน” นกเสียงไพเราะที่ผมได้พบเจอและเก็บภาพเสียงร้องไว้ในจังหวัด หวิงฟุก (Vĩnh Phúc) นี่เอง
ผมเดินทางจากฮานอยขึ้นเหนือมาไม่ไกลนัก มาถึงเมืองหวิงเยน ตัวเมืองหลักของหวิงฟุก จังหวัดที่ตั้งอยู่ในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดง ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับคนอยากสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ยังคงความเรียบง่ายและอบอุ่น ตลาดหวิงเยน คือแหล่งชุมชนที่ผมแวะเวียนไปเดินเล่นบ่อยครั้ง ช่วงเช้าจะเห็นรถจักรยานเข็นผัก ผลไม้ ไปจนถึงหมูสดๆ ขายกันหน้าบ้าน เป็นภาพที่ไม่ค่อยเห็นในเมืองใหญ่ และที่นั่นเองที่ผมได้ยินเสียงนกกรงหัวจุกดังก้องอยู่รอบตัว
เสียงนกกรงหัวจุก เสน่ห์ที่ต้องหยุดฟัง
เจ้านกกรงหัวจุกที่เวียดนามเหนือได้รับความนิยมมากกว่าที่คิด จากที่เห็นชาวเขาเผ่าไทดำและชาวบ้านนำมาขายกันตามถนนหนทาง ผมเองก็ไม่แน่ใจในตอนแรกว่าคือนกอะไร ทำไมเสียงมันถึงไพเราะจนต้องหยุดฟัง ผมเลยถ่ายคลิปเก็บไว้เพื่อศึกษาข้อมูลต่อมาภายหลัง พบว่านี่คือ “นกกรงหัวจุก” ซึ่งที่เมืองไทยเอง โดยเฉพาะทางภาคใต้ก็ชื่นชอบเลี้ยงนกชนิดนี้กันไม่น้อย และกำลังแพร่หลายไปยังภาคอื่นๆ
ที่จังหวัดหวิงฟุก โดยเฉพาะเมืองหวิงเยน กำลังมีการแข่งขันนกกรงหัวจุกอย่างจริงจัง ผมได้ไปชมที่สนามกีฬาแห่งหนึ่งในเมือง ที่นั่นเต็มไปด้วยนกกรงหัวจุกหลายร้อยตัวถูกจัดวางอยู่ในกรงนกสวยๆ เสียงร้องของนกดังประสานกันจนติดหูไม่ลืมง่ายๆ การแข่งขันจะให้ผู้ชมเงียบสนิทเพื่อฟังเสียงร้องนกอย่างชัดเจน ก่อนกรรมการจะให้คะแนนเสียงนกแต่ละตัวอย่างละเอียด เห็นได้ชัดว่าการเลี้ยงนกที่นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเล่นๆ แต่เป็นกิจกรรมที่มีการฝึกฝนและให้ความสำคัญอย่างมาก
ความงดงามของนกกรงหัวจุกในวิถีชีวิตและข้อควรระวัง
นอกจากเสียงร้องที่เพราะแล้ว นกกรงหัวจุกยังมีความสวยงามในตัวเอง กรงนกที่ขายในเมืองหวิงเยนมีรูปแบบหลากหลาย ตั้งแต่แบบพื้นฐานจนถึงกรงที่ตกแต่งสวยงามเหมาะกับการเลี้ยงในบ้าน ผมเองคิดว่าถ้าคนรักนกอยากได้เสียงนกร้องเพลินๆ ในบ้านตัวเดียวก็คงมีความสุขไม่น้อย
แต่ที่น่าสนใจและต้องระวังคือ นกกรงหัวจุกเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าของเวียดนาม ซึ่งกฎหมายระบุว่าการครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตอาจมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 4 ปี หรือปรับเงินไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เรื่องนี้ mr.hotsia ถือเป็นประเด็นที่นักท่องเที่ยวและคนรักนกควรทราบและเคารพกฎหมายท้องถิ่น
ผสานวิถีชีวิตท้องถิ่นในหวิงฟุก
การมาเยือนหวิงฟุกไม่ได้มีแค่นกกรงหัวจุกเท่านั้น ผมยังได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านแบบใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นการเดินตลาดที่ ตลาดหวิงเยน ที่มีของสด ผัก ผลไม้ และอาหารการกินท้องถิ่นมากมาย หรือแม้แต่การพักที่โรงแรมเล็กๆ อย่าง Trung Du hotel ที่ผมเลือกพักใกล้กับบิ๊กซีที่ห่างจากตัวเมือง 7 กิโลเมตร ซึ่งสะดวกมากสำหรับคนที่เดินทางมาถึงดึกๆ หรืออยากหาของกินง่ายๆ
หวิงฟุกยังเป็นจังหวัดที่มีสนามบินนานาชาติใกล้เคียงอย่าง Noi Bai International Airport ที่ฮานอย ทำให้การเดินทางสะดวกและเชื่อมต่อไปยังเมืองอื่นๆ ได้ง่าย แม้เมืองจะไม่ใหญ่โตเหมือนฮานอยหรือฮาลอง แต่บรรยากาศที่นี่เต็มไปด้วยความเงียบสงบและความเป็นธรรมชาติที่หาได้ยากในเมืองใหญ่
ความประทับใจของ mr.hotsia กับนกกรงหัวจุกและหวิงฟุก
ตลอดเวลาที่ผมเดินทางในหวิงฟุก เสียงนกกรงหัวจุกเป็นเหมือนซาวด์แทร็กที่ติดอยู่ในความทรงจำ ผมคิดว่ามันเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของเวียดนามเหนือที่หลายคนอาจมองข้าม ความเรียบร้อยของเมือง ความเป็นกันเองของคนท้องถิ่น และกิจกรรมแข่งนกที่มีเอกลักษณ์ทำให้ที่นี่น่ามาเยือน
ถ้าใครอยากลองฟังเสียงนกกรงหัวจุกพร้อมสัมผัสบรรยากาศตลาดสด วิถีชีวิตบ้านๆ ในเมืองเล็กๆ ของเวียดนาม ผมแนะนำให้ไปหวิงฟุกดูสักครั้ง และอย่าลืมเคารพกฎหมายท้องถิ่นที่เกี่ยวกับสัตว์ป่าคุ้มครองด้วยนะครับ
สำหรับใครที่สนใจเรื่องราวของหวิงฟุกเพิ่มเติม ทั้งการเดินทาง ที่พัก และอาหารการกิน สามารถอ่านได้ที่ จังหวัดหวิงฟุก (Vinh Phuc province) และ อาหารการกินของชาวหวิงเยียน หวิงฟุก เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทางกับผม mr.hotsia ในครั้งต่อไป