ลำปาง เที่ยวโฮมสเตย์บ้านไทยลื้อ ศรีดอนชัย เชียงราย
เที่ยวโฮมสเตย์บ้านไทยลื้อ ศรีดอนชัย เชียงราย http://www.hotsia.com > เที่ยวโฮมสเตย์บ้านไทลื้อศรีดอนชัย อ.เชียงของ จ.เชียงราย ชาวไทยลื้อในประเทศไทยมีอยู่หลายจังหวัด กระจายอยู่ในหลายอำเภอ โลกเปลี่ยนไปวัฒนธรรมของชาวไทลื้อนับวันจะหายไป ผมจึงพยายามหาหมู่บ้านไทลื้อแท้ๆ ที่ผมคิดว่ารักษาวัฒนธรรมไว้ได้มากที่สุด เป็นวิถีธรรมชาติของเขาในแต่ละวัน ที่ไม่มีสิ่งปลอมแปลงที่ทำเพื่อให้นักท่องเที่ยวชม

แล้วผมก็ไปพบกับหมู่บ้านไทลื้อในฝันของผม คือหมูบ้านไทลื้อบ้านศรีดอนชัย อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงรายครับ ก่อนหน้านี้ผมเดินทางไปบ้านฮวกก็ไปเจอหมู่ชาวไทยลื้อที่นั่นแต่พอเห็นบ้านเรือนส่วนใหญ่ก็เปลี่ยนไปหมดแล้ว เป็นบ้านครึ่งปูนดูแล้วไม่ค่อยจะโบราณ ผมจึงยังไม่พักบ้านไทลื้อตอนนั้น แต่บ้านไทลื้อศรีดอนชัยที่ผมแนะนำวันนี้ เขายังคงรักษาวิถีชีวิตของไทลื้อไว้ได้มาก
หลายๆอย่างยังคงมีความเป็นไทลื้ออยู่อย่างสมบูรณ์ ผมจึงเลือกที่จะมาพัก มาใช้ชีวิต มากินมานอนที่หมู่บ้านนี้ ก่อนอื่นเรามารู้ถึงความเป็นมาของหมู่บ้านนี้กันก่อนครับ ไทยลื้อบ้านศรีดอนชัย " บ้านศรีดอนชัย " เดิมตั้งอยู่ที่เมืองอูเหนือแคว้นสิบสองปันนามณฑลยูนนานประเทศจีนตอนใต้ ต่อมาการทำมาหากินขัดสนและถูกจีนรุกราน ในปี พ.ศ. 2428 ชาวไทลื้อที่นั่นจำนวน 994 คน
โดยการนำของ พญาแก้ว จึงได้อพยพมาที่ดอยหลักคำเขตแดนจีนติดต่อกับประเทศลาว และอยู่ที่นี่ 1 ปี ต่อมาในปี พ.ศ. 2429 ได้อพยพข้ามแม่น้ำโขงมาอยู่ที่ริมแม่น้ำโขงระหว่างน้ำคุก ( ตำบลเวียง อำเภอเชียงของ ) ต่อมาได้ย้ายมาอยู่ที่ ต.สถาน หลังจากนั้นชาวไทยลื้อได้แบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกตั้งบ้านเรือนที่ บ้านห้วยเม็ง ตำบลเวียง อ.เชียงของ กลุ่มที่สองย้ายไปลาว ส่วนกลุ่มที่สามย้ายไปอยู่ที่
อ.เวียงแก่น และที่เวียงแก่นนี่เองครับ ที่ย้ายครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2496 มาอยู่ที่ตำบลศรีดอนชัยปัจจุบัน รูปที่ท่านเห็นคือรูปของพี่สะใภ้พี่เกษม ซึ่งเป็นชาวไทยลื้อ และเป็นลูกกำนันด้วย ได้ถ่ายไว้ก่อนขี่เกวียนย้ายมาที่บ้านศรีดอนชัยแห่งนี้ เรามาค่อยๆรู้จักวัฒนธรรมของไทลื้อกัน เริ่มต้นด้วยข้อมูลที่คุณต้องตะลึงเพราะว่าเกือบทั้งตำบลนามสกุลเดียวกันหมดคือนามสกุล " วงค์ชัย " ( วงศ์ชัย )
แล้วคนที่หมู่บ้านี้ไม่ใช่น้อยๆนะครับมีกันนับพันๆคน โอ่วเป็นไปได้อย่างไรกันนี่ ???? เป็นไปได้ครับและเป็นไปแล้วด้วย เพราะว่าวัฒนธรรมของชาวไทยลื้อในโบราณนั้น จะไม่แต่งงานกับคนอื่นที่ไม่ใช่คนลื้อ ผมเองก็สงสัยว่าทำไมล่ะ เรื่องนี้ผมจึงถามพี่เกษม เจ้าของโฮมสเตย์แกจึงเล่าให้ฟังว่า " คนไทยลื้อเขาไม่ต้องการให้คนพื้นเมืองหรือชาวลื้อเรียกว่ากะหล่ำมาหลอกลวงจึงไม่ยกลูกสาวให้ง่ายๆ อีกทั้งต้องการให้ลูกหลานเป็นลื้อแท้ๆต่อไป "
ส่วนไทลื้อปัจจุบันนั้น ลูกหลานไปเรียนที่โรงเรียน รู้จักพื่อนต่างชนชาติ แต่งงานกับคนอื่นๆที่ไม่ใช่ไทลื้อได้แล้ว ไม่มีใครห้ามอีกต่อไป แม่เฒ่าไทลื้อไม่เคยตัดผมตั้งแต่เกิด เรื่องอาชีพของคนไทลื้อเป็นอาชีพเกษตรกรรม ทำนา ทำสวน คนไทลื้อเป็นคนที่ขยันมาก พวกเขาจะตื่นแต่เช้าออกไปทำนาตั้งแต่ตีสี่ แปดโมงเช้าพักทานข้าวที่ลูกหรือเมียทำอาหารเช้าห่อไปให้ในนา ส่วนตอนเย็นก็เลิกสองทุ่ม โหวช่างขยันจริงๆ
ชาวไทยลื้อนอกจากขยันแล้วยังกินอาหารง่ายๆ พวกที่อยู่ในท้องไร่ท้องนา เช่นลูกอ๊อดเขียด ลูกแมงปอ ซึ่งผมโชคดีมากๆ ที่การไปเที่ยวของผมครั้งนี้ได้มีโอกาสไปกินด้วย ดูคลิปและรูปที่ผมถ่ายมาได้เลยครับ ส่วนเรื่องการทำเดี๋ยวผมเล่าให้ฟังนะครับ มารู้เรื่องไทลื้อกันก่อน ช าวไทลื้อมีสีประจำชนชาติคือสีดำ ชาวไทยลื้อแต่งกายด้วยผ้าดำ โพกหัวด้วยผ้าขาวสวยงาม นอกจากผ้าดำแล้วมุ้งก็ยังดำ
เรื่องมุ้งดำนี้ผมต้องอธิบายเพิ่มจากคำบอกของพี่เกษมนะครับ ว่าอาจเป็นเพราะชาวไทลื้อเนี่ยเขานอนรวมกันหมด แต่งงานก็ไปอยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ บ้านก็ไม่มีห้อง ดังนั้นการมีมุ้งดำก็ทำให้กิจกรรมตอนกลางคืนสะดวกขึ้น ผมเองไปพักที่บ้านไทลื้อแท้ๆ ซึ่งบ้านนี้พี่เกษมเขาออกแบบสร้างใหม่ มีห้องหนึ่งเป็นห้องแสดงของไทลื้อ ทั้งที่นอน หมอนมุ้ง อีกห้องหนึ่งเป็นที่นอนสมัยใหม่ ใครจะเลือกพักห้องไหนก็ได้ตามใจชอบ
ผมเองตอนแรกจะพักห้องโบราณไปนอนเล่นกลิ้งไปมาเรียบร้อย แต่พอจะนอนจริงๆ เปลี่ยนใจมาพักห้องธรรมดา เดินทางตามหาไทลื้อ เดินทางตามหาไทยลื้อ ไ ทลื้อยังมีสิ่งสุดยอดที่เรารู้กันถึงทุกวันนี้คือผ้าทอลายน้ำไหล การทอผ้าของชาวไทลือนั้นมีเทคนิคพิเศษใช่ว่าเพียงแต่ลายผ้า ยังรวมถึงการย้อม การทอ หารเก็บรักษา ทำให้ผ้าทอไทลื้อเก็บและคงความสวยงามอยู่ได้นับร้อยปีครับ นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทลื้อที่ผมยกขึ้นมาเล่า
ของดียังรอให้เพื่อนไปพักและพูดคุยกับพี่น้องไทลื้อเองจะได้ประสบการณ์ที่ประทับใจอย่างแน่นอน ในการเที่ยวบ้านโฮมสเตย์ของไทลื้อ ผมได้มีโอกาสเข้าครัวไปทำอาหารบ้านไทยลื้อด้วย ผมชอบมากกับรายการอาหารโบราณซึ่งหากินได้ยาก ปลาล้าแห้งไทล้อทำกัทุกบ้าน " ไข่เจียวลูกแมงปอ " เมนูนี้ไม่ยากแค่เจียวไข่ให้เข้ากัน ใส่เกลือนิดหน่อย ใส่ลูกแมงปอที่ช้อนมาจากนาลงไปว่ายน้ำเล่นสักพัก
หลังจากนั้นก็ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อน เทไข่ที่เตรียมไว้กับลูกแมงปอลงไป ให้สุกหอมเหลืองได้ที่ด้านหนึ่งแล้วกลับครั้งนึง แค่นี้ก็ได้ไข่เจียวลูกแมงปออร่อยๆแล้ว " ลูกอ๊อดเขียดคั่วไทลือโบราณ " จานนี้ก็ไม่ยาก ตำพริก กระเทียม หอม เกลือ ให้เข้ากัน นำไปคั่วให้หอมใส่ลูกอ๊อดลงไปคั่วแห้งๆให้สุก และใส่มะนาวบีบลงไปเยอะๆหน่อย ให้รสออกเปรี้ยว เค็ม อร่อยมากครับจานนี้ ป้าไทลื้อที่คุณเห็นรูปด้านบน
สำหรับอาหารไทลื้อแท้ๆอีกอย่างที่ผมชอบคือ จานนี้เป็นจานด่วนที่ชาวไทลื้อชอบกันสุดๆไปเลย เพราะหอม อร่อย ทำงาน ก็เพียงเอายอดผักกาด ใส่ขิง เกลือ ไปต้มสุกก็กินได้เลย ง่ายสุดๆไปเลย อร่อยมีประโยชน์ด้วย ค่ำคืนนี้ผมนั่งกินข้าวกับพี่น้องไทลื้อ พูดคุยกันอย่างสนุก และก็ยังคุยภาษาลื้อด้วย ภาษาลื้อคล้ายภาษาไทยครับ เราคุยกับเขารู้เรื่องสบายๆ หลังจากกินอิ่มแล้วก็ไปพักที่บ้านโฮมสเตย์ไทยลื้อ
เนื่องจากผมไปเที่ยวคนเดียว แถมตอนเย็นผมยังไปดูสุสานของชาวไทยลื้อด้วย ทำให้วันนี้ช่างหลับตาลงได้ยากจริงๆ แต่ผมก็สวดมนต์ไหว้พระในที่สุดก็หลับสบายถึงเช้า พูดง่ายๆก็คือกลัวผีนั่นเอง :) ขอบคุณพี่น้องไทยลื้อ ที่ทำอาหารไทลื้ออร่อยๆให้ผมกิน ขอบคุณพี่เกษม ผมเที่ยวบ้านไทลื้อรู้สึกชอบมากโดยเฉพาะเรื่องอาหาร ผมเองจากนี้จะไปพักบ้านอาข่าต่อที่ห้วยขี้เหล็ก ติดตามผมต่อไปนะครับ ส่วนใครจะไปเที่ยวบ้านไทลื้อศรีดอนชัย








